30/09/2022

แนะนำหนังออนไลน์ใหม่ๆ หนังเกาหลี ไทย ฝรั่ง ดูฟรี

รีวิวหนังออนไลน์ มีทั้งหนังเก่า หนังใหม่ ให้คุณได้เลือกชมได้ฟรีทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งหนังไทย หนังจีน หนังฝรั่ง การ์ตูนอนิเมชั่น และหนังอื่นๆอีกมากมาย ที่คุณจำเป็นต้องดู

เสือพ่นไฟ ชนะคดี! ศาลสั่ง หมีพ่นไฟ ชดใช้ 10 ล้าน ปมละเมิดเครื่องหมายการค้า

ศาลสั่ง 2 จำเลย ชดใช้ชานมไข่มุกเจ้าดัง “เสือพ่นไฟ” 10 ล้านบาท สูงสุดในประวัติศาสตร์ของคดีละเมิดเครื่องหมายการค้า

วันนี้ (23 ธ.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างชาติกึ่งกลาง นัดฟังคำพิพากษาคดีที่ น.ส.นันทนัช เอื้อศิริทรัพย์ และบริษัท มั่งมีสบายสบาย จำกัด เจ้าของแบรนด์ชานมไข่มุก “Fire Tiger : เสือพ่นไฟ” โจทก์ร่วมที่ 1 และ 2 ร่วมฟ้อง บุคคลปกติรวม 2 ราย ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์เครื่องดื่มชานมไข่มุก “หมีพ่นไฟ” และ “The Fire Bear” เป็นจำเลยในฐานความผิดพลาดละเมิดเครื่องหมายการค้าตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พุทธศักราช 2534 พร้อมขอศาลให้สั่งห้ามไม่ให้จำเลยกระทำการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าและการบริการของโจทก์ต่อไป ให้ยุติการใช้และขายเครื่องหมายการค้าที่เหมือนคล้ายกับโจทก์

ทั้งนี้ นายสืบสิริ ทวีผล ทนายความข้างโจทก์ บอกว่า คดีดังที่กล่าวมาแล้วศาลชี้ขาดว่า จำเลยมีความผิดละเมิด ฐานลวงขาย โดยจำเลยมีการใช้เครื่องหมายการค้า ลักษณะการตกแต่งร้านรวง และขั้นตอนการเสิร์ฟเครื่องดื่มผ่านปากสัตว์ที่มีลักษณะเหมือนคล้ายกับธุรกิจของโจทก์ ศาลก็เลยมีความเห็นว่า พฤติกรรมของจำเลยทั้งสองมีความผิดฐานลวงขาย ให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เป็นจำนวนเงิน 10,000,000 บาท ซึ่งนับว่าเป็นค่าเสียหายในคดีเครื่องหมายการค้าที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย
ทนายสืบสิริ ยังกล่าวอีกด้วยว่า จากที่ศาลไตร่ตรอง มีความเห็นว่าจำเลยใช้คำว่า “หมีพ่นไฟ” และ “The Fire Bear” เป็นชื่อร้านรวง ผลิตภัณฑ์และบริการ ธุรกิจ และเป็นชื่อชานมไข่มุก รวมถึงการใช้ประติมากรรมหัวหมีพ่นไฟ ที่มีลักษณะอ้าปากเป็นช่องส่งสินค้า ชานมไข่มุก ให้แก่ลูกค้านั้น ย่อมทำให้คนทั่วๆไปเข้าใจว่า เป็นร้านที่มีเจ้าของเดียวกัน หรือผลิตภัณฑ์มาจากแหล่งเดียวกัน ถือว่าเป็นการลวงให้พลเมืองมั่นใจว่า ผลิตภัณฑ์หรือการค้าของจำเลย เป็นของโจทก์หรือเกี่ยวโยงกับโจทก์ ก็เลยถือว่าเป็นการทำละเมิด ฐานลวงขาย

ส่วนการกำหนดค่าเสียหายนั้น ศาลให้จำเลยทั้ง 2 จ่ายค่าเสียหายให้แก่โจทก์ เป็นจำนวนเงิน 10,000,000 บาทพร้อมดอกตามกฎหมายนับตั้งแต่วันฟ้อง รวมถึงจ่ายค่าเสียหาย เดือนละ 100,000 บาท นับตั้งแต่วันฟ้อง กระทั่งจำเลยทั้งสองจะยุติพฤติกรรมละเมิดดังที่กล่าวมาแล้ว อีกทั้งทางโจทก์ยังได้ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญา ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการพินิจของศาล โดยคดีทางอาญาปฏิบัติการฟ้องในข้อหาเดียวกัน โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนของการพินิจ

ทางด้าน น.ส.นันทนัช บอกว่า ต้องการให้เป็นกรณีแบบอย่างสำหรับผู้ที่ทำธุรกิจว่าการได้รับแรงดลใจและการคัดลอกเอาอย่างนั้นไม่เหมือนกัน ต้องการให้ทำธุรกิจโดยการให้เกียรติกัน ไม่ใช่ลอกเลียนแบบโดยเจตนาหรือตั้งมั่นดังกรณีนี้ ไม่อย่างนั้นจะมีผลด้านกฎหมายได้